ผู้เขียน หัวข้อ: ขอถามหน่อย พี่ๆน้องๆ เคยดื่มกาแฟแพงที่สุดเท่าไร ที่ไหน  (อ่าน 619 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ เอ็ม-150.5

  • คนบ้าคลาสสิคคาร์
  • Global Moderator
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 4203
  • Karma: 0
ตามหัวข้อเลยครับ บังเอิญเป็นคนไม่ค่อยดื่มกาแฟ แล้วดันไปเจอป้ายราคาหลายๆที่ ทำไมแพงจัง!!! มาแชร์ประสบการณ์กันครับ

ออฟไลน์ Sun-Cedric130

  • MASTER MEMBER
  • ******
  • กระทู้: 95
  • Karma: 0
  • เก่าแต่แรง
แพงสุดผมว่า starbuck(มั้ง) ไม่รู้แมร่งจะแพงไปไหน
ติดต่อ 0894052009 , 0827963074

ออฟไลน์ ป๋อมแป๋ม..! จร๊า...

  • ป๋อมแป๋ม... 081-826 8112
  • Global Moderator
  • Full Master Member
  • ********
  • กระทู้: 959
  • Karma: 0
  • จากแนว VIP มุ่ง สู่แนว Calssic..
    • อีเมล์
สตาร์บัง....  :a6be1-255:

ได้ข่าวมาว่าแพง ก็เลยลองเอาแค่แก้วเล็ก โดนไป 90 ฿ ดูดปื๊ดเดียวหมด
<br >

ออฟไลน์ inline-6

  • Golden member
  • *********
  • กระทู้: 1351
  • Karma: 0
  • Return To ReTro
    • อีเมล์
สตาร์บัคครับ.....ดูดปื้ดเดี๋ยวหมดเกลี้ยง.....
datsun-thailand only !!!!<br ><br >NO.27<br ><br >*Link Removed*
*Link Removed*

ออฟไลน์ Num510

  • I LOVE RETRO CAR
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 1528
  • Karma: 0
  • มิตรภาพเกิดขึ้นได้ทุกที่...
Starbuck ครับ เดือนนึงจะซื้อกินซักแก้วสองแก้ว... สั่งอยู่แค่ 2 อย่าง (ส่วนตัวก็คิดว่าอร่อย แต่บ่อยๆ ก็ไม่ไหว+55)
Mocha Frappuccino กาแฟปั่นผสมน้ำเชื่อมช็อกโกแลตราดด้วยวิปครีม แก้วละ 145 บาท
Java Chip Frappuccino กาแฟปั่นผสมจาวาชิพน้ำเชื่อมช็อกโกแลตราดด้วยวิปครีมและช็อกโกแลต แก้วละ 180 บาท



อีกร้านก็เป็น Coffee World ร้านนี้ต้อง Mochacchino อร่อยมากครับ และกาแฟบางอย่าง(ที่ผมไม่กิน แต่เพื่อนกิน) บอกว่าอร่อยกว่า Starbuck อีก
และราคาก็ถูกกว่าด้วย แก้วกลางราคาอยู่ประมาณ 90 บาทครับ

สุดท้ายร้านประจำที่ผมเข้าบ่อยๆ ก็ Cafe Amazon เพราะขับรถไปไหนก็เจออยู่ตามปั้มน้ำมัน ราคาพอกินบ่อยได้หน่อย 40 บาท รสชาติก็ดีด้วยครับ

อิอิ+แชร์ซะยาวเลย...ผมเป็นคนนึงที่ชอบกินกาแฟสดครับ

Datsun-Thailand-Retro Car
"old bUt still Love in style"

ออฟไลน์ ป๋อมแป๋ม..! จร๊า...

  • ป๋อมแป๋ม... 081-826 8112
  • Global Moderator
  • Full Master Member
  • ********
  • กระทู้: 959
  • Karma: 0
  • จากแนว VIP มุ่ง สู่แนว Calssic..
    • อีเมล์
โอ้ว.. แฟนกาแฟตัวจิง
<br >

ออฟไลน์ เอ็ม-150.5

  • คนบ้าคลาสสิคคาร์
  • Global Moderator
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 4203
  • Karma: 0
ผมแค่อเมซอนก็โอเคแล้วน่ะ เจ้าสตาร์บัคไม่เคยจะคิดดูด ของเค้าเลื่องชื่อมานาน อิอิ

ออฟไลน์ thawan

  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 3695
  • Karma: 2
  • พี่ตะวัน ณ ระเบียงดาว
    • www.datsun-thailand.com
    • อีเมล์
   พี่ตะวัน ติดใจเนสกาแฟร้อนร้อน ไปไหนต้องเอาติดตัวไปทุกที่555 :edfa1-195:

ออฟไลน์ ป๋อมแป๋ม..! จร๊า...

  • ป๋อมแป๋ม... 081-826 8112
  • Global Moderator
  • Full Master Member
  • ********
  • กระทู้: 959
  • Karma: 0
  • จากแนว VIP มุ่ง สู่แนว Calssic..
    • อีเมล์
   พี่ตะวัน ติดใจเนสกาแฟร้อนร้อน ไปไหนต้องเอาติดตัวไปทุกที่555 :edfa1-195:

ถ้าโอวันตินซอง ระวังอย่าหยิบผิดน๊ะครับพี่ 555 กลายเป็นขนมไปซ๊ะ..
<br >

ออฟไลน์ tum_nin

  • ผู้ร่วมจัดการผ่ายกิจกาม
  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 219
  • Karma: 0
    • อีเมล์
"กาแฟขี้ชะมด" หรือ Kopi Luwak โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟโรบัสต้าชนิดหนึ่ง และเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลก เนื่องจากขบวนการผลิตอันยุ่งยาก แปลกประหลาด มีออกสู่ต้องตลาดประมาณปีละ 500 ปอนด์ต่อปี ทำให้มันมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 41,000 บาท และสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้
 เมื่อชาวดัทช์ยึดเกาะสุมาตรา และเกาะชวา เป็นอาณานิคม เรียกว่า Dutch East Indies พวกเขาได้ยึดเรือกสวนไร่นาเพื่อทำการเกษตรกรรมบนเกาะ ในช่วงราวปี ค.ศ. 1830-1870 หนึ่งในการ เกษตรบนเกาะก็คือไร่กาแฟ ซึ่งชาวดัทช์ได้ห้ามชาวนาและชาวพื้นเมืองเด็ดผลกาแฟสุกจากต้นไปใช้เอง แต่ชาวพื้นเมืองก็มีความต้องการที่จะดื่มกาแฟสด จึงได้พยายามหาวิธีลักลอบเด็ดผลกาแฟ
     จนกระทั่งต่อมา ชาวพื้นเมืองพบว่าสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ลูวะ" กินผลกาแฟและถ่ายมูลออกมาเป็นเมล็ดกาแฟเต็มเมล็ดโดยไม่ได้ย่อยสลาย พวกเขาจึงเก็บมูลเหล่านั้น ทำความสะอาด คั่ว และบดเพื่อนำมาทำเป็นกาแฟ และพบว่ามีรสชาติแปลกใหม่ ไม่มีความขม จึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวพื้นเมืองอย่างมาก ต่อมาชื่อเสียงของกาแฟชนิดนี้ก็ได้แพร่กระจายไปจนกระทั่งชาวดัทช์เองเสนอให้ราคาแก่ผู้ที่เก็บขี้ชะมดได้สูงมาก นั่นเป็นที่มาของกาแฟขี้ชะมด จะเห็นว่าด้วยความหายากและการผลิตที่ยากลำบาก "กาแฟขี้ชะมด" จึงมีราคาแพงมาก แม้แต่ในสมัยยุคล่าอาณานิคม และในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งประเทศที่ผลิตได้ก็มีดังต่อไปนี้
      ที่เกาะสุมาตรา (Sumatra) , เกาะจาวา ( Java ) เกาะสุลาเวสี ( Sulawesi )     
 
      ประเทศฟิลิปปินส์ ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า Kape Alamid )
 
      ประเทศทิมอร์ ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า kafé-laku )
 
      ประเทศเวียดนาม ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า weasel coffee )
 
ขบวนการผลิต โคปิ ลูแว็ค ( Kopi Luwak ) 
 
1. ปลูกกาแฟในที่ที่มีสัตว์ที่เรียกว่า ชะมดสายพันธ์เอเซีย (Asia Palm Civet) แต่ชาวพื้นเมืองจะเรียกชะมด ชนิดนี้ว่า "ลูแว็ค"
 
2. เม็ดกาแฟสุกชะมดมากิน เม็ดกาแฟที่สุก
 
3. เมื่อชะมดกินเม็ดกาแฟเข้าไป กรดและเอนไซม์ในกระเพาะอาหารของชะมดทำปฏิกิริยาทางเคมี คล้ายกับการหมัก(Fermentation)
 
4. รอชะมดถ่ายมูลออกมา แล้วตามเก็บ แต่สามารถรวบรวมได้ค่อนข้างง่าย เนื่องจากชะมดมีนิสัยขับถ่ายในสถานที่เดิมๆ เสมอ
 
5. นำมูลที่ได้มาเลือกเฉพาะเม็ดกาแฟ
 
6. นำเม็ดกาแฟที่ได้ไปตากให้แห้ง
 
7. นำเม็ดกาแฟที่ตากแห้งดีแล้วมาคั่วจนแห้งสนิด เป็นอันจบขบวนการผลิต โคปิ ลูแว็ค
 
      มาร์โคเน ยังค้นพบว่า กระบวนการย่อยอาหารของชะมด ต้องผ่านแบคทีเรียและ เอนไซม์ในท้องของชะมด เป็นกรรมวิธีเดียวกับการหมักกาแฟแบบหนึ่งที่เรียกว่า "การหมักเปียก" และยังใช้แบคทีเรียชนิดเดียวกันด้วย คือ แบคทีเรียแล็กติกเอซิด มาร์โคเนมั่นใจว่าการหมักกาแฟเปียกน่าจะให้ผลใกล้เคียงกับกาแฟที่ผ่านการย่อยในท้องของชะมดแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองความพยายามเลียนแบบ โคปิ ลูแว็ค ( Kopi Luwak )
 
   แมสสิโม มาร์โคเน นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ใช้เวลาสืบเสาะอยู่นานกว่าจะพบว่า ในป่าแห่งหนึ่งของประเทศเอธิโอเปีย มีชะมดกัดกินกาแฟ แต่จากการทดสอบรสชาติก็ยังด้อยกว่าของอินโดนิเซีย เนื่องจากเป็นชะมดต่างพันธุ์กัน
 
 
ทำไมกาแฟ โคปิ ลูแว็ค ( Kopi Luwak ) จึงอร่อย ??

1. ขบวนการย่อยอาหารของชะมด ทำให้โปรตีนในเมล็ดกาแฟแตกตัวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก เวลานำเมล็ดกาแฟชนิดนี้ไปคั่วบดจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ
 
2. ขบวนการย่อยอาหารของชะมด ทำให้โปรตีนบางชนิดในเม็ดกาแฟ ถูกสกัดออกเมื่อนำไปคั่วแล้ว กาแฟจะมีรสชาติขมน้อยลงนิดหน่อย
 
3. มันผลิตจากอึของชะมด

กาแฟขี้ชะมดแก้วละ 500 – 1,500 บาท กิโลกรัมละ 1 แสนบาท
 
  ตะลึง! ชาวเมืองกาญจนบุรีแห่ชิมกาแฟสดผลิตจากขี้ชะมดแก้วละ 500-1,500 บาท พบลูกค้าเข้าชิมจำนวนมาก บางรายยอมซื้อไปปรุงเองที่บ้านกิโลกรัมละ 1 แสนบาท เจ้าของร้านเผยค้นพบสูตรรสชาดเข้มข้นสำเร็จแห่งแรกของประเทศไทย และมีเพียงแห่งเดียวที่เมืองกาญจน์ ขณะที่ลูกค้าบอกรสดี หอม จึงยอมควัก 500 บาทต่อแก้ว
        เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (7 มี.ค.54) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณร้านกาแฟสดจากไร่คุณหญิง เลขที่ 105 หมู่ 1 ถ.แสงชูโต ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังจากทราบข่าวว่ามีคอกาแฟทยอยเดินทางมาที่ร้าน เพื่อดื่มกาแฟสดที่ผลิตจากขี้ชะมดในราคาแก้วละ 500-1,500 บาท บางรายขอซื้อกลับบ้านเพื่อนำไปชงดื่มเองในราคากิโลกรัมละ 1 แสนบาท เมื่อไปถึงพบนายสุรเชษฐ์ ยุทธสุนทร และนางสุจิตรา ยุทธสุนทร สองสามีภรรยาเจ้าของร้านและพนักงานกว่า 10 คนกำลังทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าอย่างขะมักเขม้น
       นายสุรเชษฐ์ ยุทธสุนทร เจ้าของร้านกล่าวว่า ลูกค้าที่เดินทางมาที่ร้านมีทั้ง ข้าราชการ นักธุรกิจ รวมทั้งถึงประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีรสนิยมชอบดื่มกาแฟสดทั้งหมด ที่สำคัญลูกค้าจะสั่งกาแฟสดที่ผลิตขึ้นจากมูลของตัวชะมด (หรืออีเห็น) ที่เราเรียกกัน โดยกาแฟชนิดนี้ขายราคาแก้วละ 500 บาทถึงแก้วละ 1,500 บาท อยู่กับลูกค้าว่าต้องการกาแฟรสชาดแบบไหน ส่วนปริมาณเท่ากับแก้วกาแฟตามร้านทั่วไป ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ลูกค้าก็พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายอย่างเต็มใจ และมีลูกค้าบางรายขอซื้อกาแฟสดซึ่งเป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปชงดื่มที่บ้านในราคา กิโลกรัมละ 100,000 บาท เหตุที่กาแฟชนิดนี้มีราคาแพงก็เพราะว่าวัตถุดิบนั้นหายากและขั้นตอนการผลิตก็มีความละเอียดอ่อนใน 1 ปีถึงจะมีกาแฟชนิดนี้ให้บริการลูกค้า
       จุดเริ่มต้นคือเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาในความที่ตนเป็นคนชอบค้นหาสูตรกาแฟที่มีรสชาติที่แปลกใหม่ และได้ค้นพบในเว็ปไซต์ของประเทศอินโดนีเซีย จึงรู้ว่าประเทศนี้มีวิธีการผลิตกาแฟที่แปลกมาก คือผลิตกาแฟจากมูลของตัวชะมด ซึ่งหลังจากที่ตนได้อ่านรายละเอียดในเว็บไซด์ จนเข้าใจ ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าน่าจะลองทำดูบ้างจึงปรึกษากับภรรยา ซึ่งก็เห็นด้วย และเป็นความโชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ก่อนหน้านั้นมีชาวบ้านนำตัวชะมด 2 ตัวเพื่อมาขายให้กับร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตนเห็นเข้าเกิดความสงสารจึงขอซื้อชะมดทั้ง 2 ตัว และนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน จนในที่สุดก็ออกลูกเพิ่มมาอีก 4 ตัว รวมเป็น 6 ตัว ปัจจุบันมีตัวชะมดอยู่ประมาณ 20 ตัว
       สำหรับกาแฟที่ตนปลูกไว้มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ เป็นสายพันธุ์ โรบัสต้า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ตัวชะมดชอบกินเมล็ดสุกเป็นอาหาร ตนจึงได้ทดลองนำตัวชะมดไปปล่อยในไร่กาแฟ โดยใช้สูตรชะมด 1 ตัว ต้นกาแฟ 4 ต้น ใช้ตาข่ายกั้นเอาไว้กันการหลบหนี ปรากฏว่าหลังจากตัวชะมดได้กินเมล็ดกาแฟเข้าไปจากนั้นได้ถ่ายมูลออกมามีลักษณะเป็นแท่งที่มีเมล็ดกาแฟติดกันเป็นเกรียว จะสังเกตเห็นว่าโดยรอบจะมีเอมไซม์และสารเคมีที่มีอยู่ในกระบวนการย่อยอาหารของมันติดออกมาด้วย และนั่นคือวัตถุดิบที่ต้องการนำมาผลิตเป็นกาแฟสด
       แต่อย่างไรก็ตามกระบวรการการผลิตนั้นตนและภรรยาได้ลองผิดลองถูกมานานกว่า 3 ปี จึงสามารถนำออกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าได้ ซึ่งสรรพคุณของกาแฟที่ผลิตจากมูลของตัวชะมด นอกจากมีรสชาดที่เข้มข้นเป็นที่ติดใจของบรรดาคอกาแฟทุกคนแล้วยังเชื่อว่าจะสามารถบำรุงรักษาอวัยวะภายในของคนเราได้
       นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นคนแรกของประเทศไทยที่สามารถคิดสูตรการปรุงกาแฟผลิตจากมูลชะมดที่มีรสชาติแปลกใหม่ และเข้มข้นได้สำเร็จ แต่ปัจจุบันได้กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ แต่ยังไม่มากนัก โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคใต้ และภาคกลาง ส่วนจังหวัดกาญจนบุรีมีที่ร้านของตนเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่มีกาแฟชนิดนี้ไว้บริการลูกค้า โดยกาแฟชนิดนี้เป็นความต้องการของชาวต่างชาติเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เกหลีใต้ และทวีปยุโรป
       “สำหรับตัวชะมด เป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 แต่มีกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาเมื่อ พ.ศ.2546 ให้ชะมดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดเพาะพันธุ์ได้ ในอนาคตตัวชะมดถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี และจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ประเทศมูลค่ามหาศาล ซึงปัจจุบันสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (สพภ.) จะมีโครงการส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงตัวชะมดในเชิงพาณิชย์ เพราะสามารถสร้างรายได้ให้ประชาชนเป็นอย่างดี” นายสุรเชษฐ์ เจ้าของร้านกาแฟสดจากไร่คุณหญิงกล่าว
       ด้านนายยุตติ บุญสวัสดิ์ ลูกค้าประจำร้านดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนชอบดื่มกาแฟและเป็นลูกค้าประจำ ซึ่งหลังจากทางร้านผลิตกาแฟที่ทำจากมูลตัวชะมด ครั้งแรกก็ไม่กล้าดื่มเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเริ่มเห็นบรรดาคอกาแฟดื่มกันมากขึ้น จึงตัดสินใจควักกระเป๋าสตางค์ 500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกที่สุด แต่แพงที่สุดเท่าที่ตนเคยซื้อกาแฟดื่มมาในชีวิต แต่หลังจากได้ทดลองดื่ม รู้สึกว่า กาแฟมีกลิ่นที่หอมหวน รสชาติแปลกใหม่ และเข้มข้นขึ้น ทำให้เงิน 500 บาทที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าเป็นอย่างมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2013, 09:58:41 โดย tum_nin »

ออฟไลน์ Sun-Cedric130

  • MASTER MEMBER
  • ******
  • กระทู้: 95
  • Karma: 0
  • เก่าแต่แรง
สงสัยชะมดมันขี้ยากเลยแพง
ติดต่อ 0894052009 , 0827963074