ผู้เขียน หัวข้อ: ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ  (อ่าน 7013 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ lnwpopzaza

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 105
  • Karma: 0
ตัวตั้งเบรคล้อหน้านะครับมันอยู่ตรงไหนนะครับ แล้วหน้าตามันเป็นยังไงครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 01, 2012, 05:13:10 »
เป็นหัวน๊อตเบอร์ 14 มี 2 ตัวในเบรคแต่ละข้าง
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ lnwpopzaza

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 105
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 01, 2012, 21:04:58 »
เป็นหัวน๊อตเบอร์ 14 มี 2 ตัวในเบรคแต่ละข้าง

ขอบคุณมากครับ จะได้จัดการกับเบรคหน้าสักที 

ออฟไลน์ เอ็ม-150.5

  • คนบ้าคลาสสิคคาร์
  • Global Moderator
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 4203
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 02, 2012, 12:58:06 »
เป็นหัวน๊อตเบอร์ 14 มี 2 ตัวในเบรคแต่ละข้าง

ถามพี่เดิมๆ บังเอิญผมจะตั้งเบรคหลัง ที่รู้มา คือ ขันเข้าสุด แล้วคลายออก........แต่ผมไม่รู้ว่าต้องคลายออกเท่ารัย ถึงเป็นระยะที่เหมาะสม  วิธีที่ว่าถูกต้องมัยครับ

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 00:03:16 »
มันก็ไม่ได้มี สูตร สำเร็จ แต่อย่างใด ว่าเป็นกรณี คงได้ดังนี้

-กรณีให้ขันเข้าไปจนสุด ก็เหมือนกับเป็นการเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ อีกอย่างคงทำตอนทำเบรคหลัง จะได้ถอดกะทะดรัมเบรคออกได้ง่ายๆ ด้วย และที่สำคัญจะได้รู้ว่าหมุนทางใดทำให้เบรคถ่างออก หรือ หุบเข้า

-ถ้ามีความชำนาญสูง(แต่ไม่รู้สูงแค่ไหน) หรือว่า ขี้เกียจ ก็ตามที ลองขันดูเลยก็ได้ เพื่อตรวจเช็คทิศทางการหมุน ว่าหมุนทางใดเข้า หมุนทางใดเบรคคลายออก

จะเลือกวิธีไหนก็ตามใจ การตั้งเบรคหลังที่เป็นดรัมเบรค (เฉพาะหลังนะ เบรคหน้าไม่เกี่ยว เพราะคนละอย่าง) การตั้งคือยกรถขึ้นให้ล้อลอยพ้นพื้น แล้วก็หมุนให้ก้ามเบรคถ่างออกไปใกล้จานดรัมเบรค ขันไป เอามือหมุนล้อไปด้วย ให้หมุนล้อจนเริ่มหนืดๆ เล็กน้อย ที่สำคัญต้องให้เท่ากันทั้งสองข้าง (หมุนในลักษณะรถเดินหน้า) ไอ้หมุนให้หนืดเท่ากันทั้งสองข้างนี่แหละสำคัญ แต่ไม่ต้องหนืดขนาดที่ว่า เอารถลงพื้น แล้วเข็นไม่ไปนะ ฝีมือระดับเทพ ก็คงแค่ 2-3 ครั้งคงได้ แต่จะมีฝีมือ ระดับเทพ หรือ ระดับยาจก ยังไงก็ต้องไปทำการ Road Test ด้วย! ไม่มีเซียนคนไหน หรือแม้แต่ใช้เครื่องมือวัดแล้วก็ตาม จะตั้งได้เท่ากัน เป๊ะ! ต้องไปหาทาง Road Test เสมอ วิธีการก็คือ หาถนนว่างๆ เอาไว้ซิ่ง! ไม่ใช่ เพื่อความปลอดภัยต่างหาก เอารถไปวิ่ง ทำความเร็วประมาณ 60 กม/ชม. ประคองพวงมาลัยให้รถวิ่งตรงๆ แล้วให้เหยียบเบรคเต็มที่ ชนิดที่เรียกว่า กระทืบ เลยทีเดียว ถ้าใครใจไม่ถืงเหยียบ แผ่วๆ อย่าทำ เสียเวลาเปล่า เอ้า ลดความเร็วหน่อยก็ได้ แค่ 40 กม/ชม. ก็ได้ แล้วดูว่ารถเบรคได้ตรง หรือ เอียงไปทางใด ถ้าหัวรถเฉไปทางขวา (เมือรถหยุดสนิทแล้ว)  แสดงว่าเบรคด้านขวาดีกว่า ทางซ้ายจับน้อยกว่า ก็ไปปรับให้มันเท่ากัน (ทำมันข้างถนนนั่นแหละ) แล้วลองใหม่ จนได้ที่  อันนี้แบบลูกทุ่งๆ ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือแต่อย่างใด นอกจาก ฝ่ามืออรหันต์! กับ สมอง แค่นั้น อ้อ ไขควงแบนอีกตัว...อิอิ  และมันเป็นวิธีการยอดฮิตติดลมบนสำหรับเมืองไทยและทั่วโลก

ส่วนแบบใช้เครื่องมือเหรอ ไม่อยากสาธยาย สา-ธะ-ตา เพราะว่าขนาดศูนย์ยังไม่ใช้เลย เล่นมันแบบลูกทุ่งที่ว่าไปนี่แหละ เพราะยังไง จะใช้เครื่องมือวัดหรือใช้สัมผัส(สวาท) ไม่ใช่ นอกเรื่องจริงเลยคุณเอ็ม150.5 ใช้มือสัมผัส ก็ต้องออกไป Road Test อยู่ดี เครื่องมือวัดก็เลยเลิกใช้กันไป อย่าลืมเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดด้วยก่อนทำเบรค และเบรคหน้าถ้าเป็น ดรัมเบรคก็ต้องชัวร์ว่าเบรคได้เท่ากันนะ การปรับก็เหมือนกัน ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็เอาทีละคู่ คือ ปรับคู่หน้าก่อน ชัวร์แล้วค่อยไปปรับคู่หลัง ไม่ต้องซีเรียสว่าต้องหนืดเท่ากันเป๊ะ เพราะตอน Road Test จะฟ้องเอง ว่าต้องปรับข้างไหน

เป็นไง อ่านไปอ่านมา คงมึนกันไปหลายตลบ เพราะฤทธิ์ ช้าง 3 ป๋อง 100  อิอิ สุดท้ายหลายๆ คนคงสรุปได้ว่า ไปอู่ดีก่า...แน่นอน และเป็นคำตอบสุดท้าย ขอฝากทิ้งท้ายไว้นิด ถ้าใครมีฝีมือ(แต่ไม่ใช่พวก มือคัน)ควรปรับเองดีกว่า อาจต้อง Road Test สักหลายรอบหน่อย แล้วแต่ใครฝึกปรือ ฝ่ามืออรหันต์มาดีแค่ไหน เบรคเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้รถวิ่งได้น่ะไม่เท่าไร แต่จะทำให้มันหยุดได้(หรือเปล่า)ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมานี่ละ เรื่องยากส์

นี่ยังไม่ได้ว่าถึงเบรคหน้าชนิด ดรัมเบรค นะปรับคนละแบบ....(สงสัยต้องมี ภาคสอง และต่อด้วย ภาคสาม สำหรับดิสก์เบรค จะได้ครบวงจร อวสานได้สมบูรณ์แบบ อย่างไตรภาค....) ว่าแต่คุณเอ็ม จะเลือกแบบ ลูกทุ่ง หรือว่า ต้องมีเครื่องมือวัด แล้ว สัมผัส(สวาท)ฝ่ามืออรหันต์ ฝึกถึงขั้นเทพระดับไหนแล้ว?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2012, 06:28:47 โดย เดิมๆ..โรงงาน »
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ lnwpopzaza

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 105
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 07:02:10 »
รอติดตามภาค 2อยู่ครับ จะได้มีความรู้บ้าง 

ออฟไลน์ man

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 13
  • Karma: 0
    • อีเมล์
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 08:01:43 »
สุดยอดเลยครับท่าน

อ่านเหมือนนิยายแต่ทำได้จริงๆ

ออฟไลน์ เอ็ม-150.5

  • คนบ้าคลาสสิคคาร์
  • Global Moderator
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 4203
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 09:20:00 »
ขอบคุณพี่เดิมๆโรงงานมากมายครับ 

ขอถามเพิ่มเติม(คนนี้ปัญหาเยอะ) ตามหลักที่ผมเข้าใจ เบรคหน้าต้องมีเปอร์เซนต์จับได้ดีกว่าหลัง อันนี้ถูกต้องหรือเปล่าครับ แล้วถามต่อว่า จะรู้ได้ไงว่าเราไม่ได้ตั้งเบรคหลังจับมากไป จนเวลาฉุกเฉิน เบรคหลังล็อคจนท้ายสะบัดเป็นรถดริฟ angry คือผมรู้สึกว่าเบรคหลังรถเอ็มมันเบรคติด แต่ติดขนาดไหนนั้นไม่ทราบ เพราะเบรคทีไร หลังมักเอาไม่อยู่ คงด้วยสาเหตุโหลดหน้าและท้ายเบารึป่าวก็ไม่รู้ 

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 05, 2012, 02:31:08 »
คำขอบคุณนี่....เปลี่ยนเป็นเนื้อแดดเดียวได้เปล่า? ไม่เอาหลายแดดนะ มันเหนียวไป

     เบรคหน้า และหลัง ไม่จำกัดว่า ดิสก์เบรค หรือ ดรัมเบรค ว่ากันที่รถยนต์นั่ง(รถเก๋ง) หรือว่า รถบรรทุกเล็ก(ปิคอัพ) ตัวเปล่าๆ กันก่อน โดยทั่วไปการออกแบบรถยนต์ ก็ต้องให้มันวิ่งเร็วๆ ใช่ไหม? คงไม่มีใครเอามาขับช้า ๆ(กินลม)กันเป็นแน่แท้ มิฉะนั้นอาจต้องพก อีโน หรือยาแก้ท้องอืด กันเป็นลังๆ แล้วรถยนต์โดยทั่วๆ ไป น้ำหนักที่ด้านหน้ามักจะมากกว่าด้านหลังเสมอ บางคนสงสัย แล้วทำไมไม่ออกแบบให้มันเท่าๆ กัน(วะ)ทั้งหน้า และหลัง จริงๆ เค้าก็อยากทำอย่างนั้นแต่ว่ามันโดนบังคับด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง (นี่ถ้าโรงงานมันตอบโต้ได้โดยไม่คำนึงว่าคุณเป็นลูกค้าละก็...มีงก็ไปสร้างเองซิฟะ) ทีนี้ เมื่อน้ำหนักมันตกด้านหน้ามากกว่า เบรคหน้าก็ต้องมีประสิทธิภาพดีกว่า มีความสามารถในการห้ามล้อดีกว่า ยิ่งถ้าซิ่งมาด้วยความเร็วสูงตามสไตล์คุณเอ็ม150.5 ผู้สวมรองเท้าเบอร์  46 ด้วยละก็ โมเมนตัม หรือที่ภาษาบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การถ่ายน้ำหนักจะมาตกที่ด้านหน้า ก็เลยต้องทำให้เบรคหน้าหยุดยั้งได้ดีกว่าเบรคหลัง (อย่าลืมว่าเงื่อนไขสำคัญคือ รถเปล่านะ) ทีนี้วิธีการมันก็มีดังนี้ (เพราะนึกออกแค่นี้)

     1. จานเบรคหน้าใหญ่กว่าหลัง เพราะจานเบรคยิ่งมีขนาดใหญ่ แรงเบรคจะยิ่งมาก

     2. ลูกสูบเบรค ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะมีแรงบีบผ้าเบรคมากขึ้น

     3. ขนาดผ้าเบรค ตำราเดิม ยิ่งมีขนาดใหญ่ หน้าสัมผัสมากๆ ก็มีแรงเบรคมากขึ้น

     4. นึกไม่ออก หมกเม็ดไว้ข้อนึงแล้วกัน อิอิ

     จากที่คุณเข้าใจก็ไม่ผิดที่ว่า เปอร์เซ้นต์ เบรคหน้าต้องจับได้ดีกว่าหลัง ถูกต้องแล้วครับ (รถเปล่านะไม่บรรทุก) ถ้าเบรคหลังจับดีกว่า มันจะ แถ หรือ ไถออกด้านข้างได้ ทีนี้ ถ้าไปก้มดูที่ล้อทั้งสี่ ถ้ากรณีดรัมเบรค จะเห็นได้ว่าจานดรัมเบรคหน้าใหญ่กว่าหลัง(นิดนึง) ถ้าใครมองไม่ออก ถอดมาวัดเลย เพื่อให้ด้านหน้ามีแรงเบรคมากกว่าหลัง และลักษณะการวางจะเป็นไปในรูปแบบ ฝักนำ-ฝักตาม ต่างจากเบรคหลังที่ถ่างออกอย่างเดียว ไอ้การวางผ้าเบรคนี้ก็มีผลนะครับ ถ้าแบบล้อหน้า จะมีแรงหยุดมากเวลาเดินหน้า แต่ถ้าถอยหลังละก็ เผลอๆ เอาไม่อยู่นะจะบอกให้ ส่วนการวางแบบล้อหลัง อันนี้ถอยหลัง-เดินหน้า ไม่มีผลกับแรงเบรค เท่ากันหมด เห็นไหมเงื่อนไขเยอะ การใช้จานเบรค หรือ กะทะเบรค ที่ไม่เท่ากัน ก็เป็นการแก้ปัญหาเพื่อให้เบรคมีเปอร์เซ็นต์การจับ ให้ตรงกับการใช้งานวิธีหนึ่ง

     โรงงานรถยนต์บางค่าย ขี้เกียจแยก จานหน้า จานหลัง เล่นแมร่มเท่ากันเลย สต็อคอะไหล่ง่าย อ้าว แล้วงี้เบรคแล้วไม่ปัด ไม่หมุนกันหายห่วงเหรอ? ใช้จานเบรคเท่ากันก็จริง แต่เค้าไปใช้ลูกสูบเบรคไม่เท่ากันแทน หรือ ขนาดผ้าเบรคต่างกัน (ใครนึกไม่ออกไปอ่านข้อ 1, 2, 3 ข้างบน) บางค่ายก็เล่นมันซะทั้งสามอย่างเลย เอาให้ครบสูตร ครบวงจร เป็น Complex ไปซะเรยยย ใครจะทำไม (ก็ไอ้ค่าย ดัทสัน ที่เราๆ ใช้กันอยู่นี่ละ เล่นครบสูตรเลย) นี่ว่ากันถึงรถเปล่าเท่านั้นนะ อย่าลืม!

     ส่วนที่จะ ร่ายยาวววว ต่อไปนี้ ถ้ามีน้ำหนักบรรทุกละ น้ำหนักรถมันก็ไปอยู่ส่วนท้ายรถ หรือลงที่ล้อหลังมากกว่า พอเวลาเบรค ถ้าให้เบรคหน้ารับภาระฝ่ายเดียว มันก็ไม่ค่อยจะอยู่ หรือถ้าอยู่ ผ้าเบรค-จานเบรค หมดสภาพเร็ว ล้อหลังไม่ได้ช่วยผ่อนแรงมั่งเลย มาคันเดียวกันแท้ๆ โรงงานก็เลยต้องมีวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรคมาด้วย ถ้ามีน้ำหนักบรรทุก ให้น้ำมันเบรคจ่ายไปล้อหลังมากขึ้น เพื่อให้มีแรงเบรคมากขึ้น เหมาะสมกับการใช้งาน รถมันจะได้หยุดตามต้องการ พูดมาอย่างนี้ หลายคนสงสัยแน่ ทำไมรถกระบะยุคก่อนไม่มีวาล์ว รถยุคใหม่มีวาล์ว เพราะรถกระบะที่เราใช้ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ พิกัดบรรทุกตามมาตรฐานสากล เค้ากำหนดไว้แค่ 1/2 ตัน หรือ 500 กิโลกรัม อีกที ครึ่งตัน เท่านั้น น้ำหนักมันแปรเปลี่ยนไม่มาก เลยไม่ต้องมีวาล์วครับ เหมือนรถเก๋ง ถ้านั่งเข้าไปเต็มทุกที่นั่ง ก็น้ำหนักพอๆ กัน แต่พอยุคหลังจากปี 2525 มั๊ง เราต้องการบรรทุกหนักขึ้น เพื่อให้คุ้มค่าน้ำมัน เลยทำโครงสร้างใหม่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนัก 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม ระบบเบรคก็เลยต้องปรับปรุงด้วย เลยมีวาล์วปรับแรงดันเพิ่มขึ้นมา เพื่อปรับแรงเบรครหว่าง หน้า-หลัง ได้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก

     พูดถึงวาล์วปรับแรงดัน ไม่ว่าค่ายไหน ก็ใช้วิธีวัดระยะห่างระหวาง เพลาท้าย กับ แชสซีย์ ทั้งนั้น ถ้าใครไปโหลดให้ตัวรถเตี้ยลงมา มันก็เหมือนมีน้ำหนักบรรทุก ถ้าไม่ได้ปรับวาล์วไปด้วย จะพบได้ว่า เบรคหลังจับดีกว่าเบรคหน้า บางที(และอีกหลายที)ตัวรถจะแถออกซ้ายมั่ง ขวามั่ง หนักหน่อยก็ดริฟโชว์กลางถนนไปเลย

     ในอดีด นิสสัน Big-M เป็นรถที่โหลดเตี้ยได้ง่าย เพราะวาล์วปรับแรงดัน เค้าใช้ต่างจากค่ายอื่น เป็นระบบ Load sensing Valve ไม่ได้ใช้ ก้านเหล็ก หรือ สปริง เป็นตัววัดน้ำหนักบรรทุก การโหลดทำได้ง่าย ไม่ต้องปรับวาล์ว เหมือนค่ายอื่น เห็นความพิเศษของยี่ห้อ ดัทสัน กันมั่งหรือยัง?

     แต่ก็ไม่รู้เป็นไง หลังจาก Big-M แล้ว ดันไปใช้วาล์วปรับแรงดัน เหมือนชาวบ้านเค้าไปด้วย นี่เอาแบบ ร่ายยาว(แบบสั้นๆ) แล้วนา ถ้าร่ายยาวเต็มที่ละ อ่านกันมึน โดยไม่ต้องใช้พลังช้าง(กระป๋อง) แต่อย่างใด

     ทีนี้จากคำถามที่ว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ปรับเบรคหลังมากเกินไป ถ้าเป็นช้าง 620 ที่เป็นดรัมเบรค 4 ล้อ ปรับยังไงก็สู้เบรคหน้าไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเบรคหน้าคุณปรับได้ดีแล้วนะ เพราะจานเบรคก็เล็กกว่า ลูกสูบเบรคก็เล็กกว่า ผ้าเบรคก็เล็กกว่า แถมเป็นแบบ ถ่างออก (ห้ามคิดลึก) ไม่ใช่แบบ ฝักนำ-ฝักตาม อย่างเบรคหน้า มีกรณีเดียว เบรคหน้ารถคุณมันย่ำแย่มาก หรือผ้าเบรคมันห่างมากน่ะซิ เลยสู้เบรคหลังไม่ได้

     เขียนมากไป ชักจะเบื่อ รวมทั้งคนอ่านเองก็คงเบื่อ ยังมีอีกหลายยกครับ ไตรภาคก็ยังไม่จบ ต้องว่ากันเป็น ไตรภาค ยกกำลัง 3 ละถึงจะเคลียร์กว่านี้ ชนิดที่ว่าหนังยาว เก้าภาค ไปโน่น เพราะไหนจะเนื้อผ้าเบรค จานมีร่อง มีรู มีลาย พอร์ตเดียว สองพอร์ต หลายๆ พอร์ต คาลิเปอร์ตายตัว ลอยตัว หม้อลมอีก ชั้นเดียว ชั้นครึ่ง สองชั้น แค่นึกนี่ก็มึนกันไปหลายตลบละ
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ เอ็ม-150.5

  • คนบ้าคลาสสิคคาร์
  • Global Moderator
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 4203
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 05, 2012, 10:27:49 »
ต้องขอเนื้อแดดเดียวพี่เดิมๆมาก ผมชอบอ่านยาวๆอย่างนี้แหละ มันกระจ่างสมองดี



เอาล่ะ ถามต่อเลย ครั้งนี้ขอว่าด้วยหม้อลมเบรค ( อาจจะนอกประเด็นเจ้าของกระทู้ไปบ้าง )  กรณีที่ว่า เหยียบเบรคแข็งมากๆ ตอนสตาร์ทรถใหม่ๆ พอขับไปหรือติดเครื่องไว้สัก 2-3 นาที อาการเบรคเหยียบได้ปกติครับ .......... ช่วยฟันธง!!! ว่าอะไรผิดปกติครับ ????



ถามเพิ่มอีกนิส รถเอ็มมันดิสหน้า แต่หม้อลมเดิม( เทียม ) อยากขยับขยายให้หม้อให้ใหญ่ขึ้น ..... แล้วบังเอิญผมมีหม้อ(ลม)ใหญ่เหยียบมันส์ คิดว่าเป็นของ skyline r32 หรือ 300zx เพราะผมดูเพรทแล้วไม่ใช่บิ๊ก M   และไม่ใช่ทูโน่  ขนาดใหญ่กว่าเดิมประมาณ 2 นิ้ว (วัดด้านข้าง) เป็น ชั้นครึ่ง  ถ้าเอามาใช่ช้างดิสหน้า + คนขับทีนโหด เหมาะสมหรือไม่ครับ  

ออฟไลน์ lnwpopzaza

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 105
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 05, 2012, 19:31:43 »
ได้ความรู้มากๆ ครับ ชอบๆ

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 07, 2012, 11:12:25 »
   อาการเบรคสู้เท้า เหยียบไม่ค่อยลง แสดงว่าไม่มีแรงสูญญากาศ มากเพียงพอ ลองดูตามนี้

        1. ท่อลมเบรค ที่ต่อจาก หม้อคุณเอ็ม ไปยัง ท่อไอดี มีตรงไหนแตกลายงา ปริ ทำให้อากาศรั่วบ้างหรือไม่

        2. เช็คตัว วาล์วกันกลับ โดยการถอดออกมาแล้วเอาปากดูด (เรื่องนี้คงถนัด)

        3. ตัวแผ่นไดอะแฟรมในหม้อลมเบรค อาจแตกหรือร้าว (การตรวจสอบดูข้างล่าง)

   ก่อนติดเครื่องยนต์ เหยียบเบรคไปสัก 4-5 ครั้งก่อน เป็นการไล่สูญญากาศให้หมดไป หลังจากนั้นให้เหยียบเบรครค้างไว้ก่อน แล้วทำการติดเครื่อง โดยที่ไม่ปล่อยเบรค ถ้าเครื่องติดแล้ว คันเบรคจะยุบลงไปหน่อยนึง แบบนี้แสดงว่า หม้อลมดี ไม่แตก ไม่รั่ว ท่อลมเบรคดี ไม่รั่ว หลังจากนั้นให้ปล่อยเบรค ดูว่าเครื่องมีอาการรอบลดต่ำลงหรือไม่ ถ้าหม้อลมสมบูรณ์ รอบเครื่องแทบไม่เปลี่ยน พวกซีลยังดีอยู่ ถ้ารอบต่ำแทบดับ แล้วค่อย เฮือก ขี้นมาอยู่ในระดับปกติ ก็ยังพอใช้ได้ หลังจากนั้นปล่อยเบรค ติดเครื่องไว้สักอึดใจ แต่ไม่ต้องอึดนาน เดี๋ยวหน้าเขียว แล้วดับเครื่อง ทีนี้ลองเหยียบเบรคใหม่ สัก 4-5 ครั้ง ครั้งแรกจะต่ำ แสดงว่าวาล์วกันกลับทำงาน มีแรงสูญญากาศมาช่วยแรงเบรค เหยียบครั้งที่ 2 หรือ 3 นี่อาจจะยังต่ำอยู่ แต่น่าจะเริ่มสูง หรือ ออกอาการแข็ง (ไม่เกี่ยวกับอาการแข็งของคุณนะ) คือเหยียบแทบไม่ลง ส่วนมากพอครั้งที่ 4 ก็มักจะแข็งเหยียบคันเบรคไม่ลงต่ำแล้ว แบบนี้ OK! แต่ถ้าได้แค่ครั้งเดียว พอครั้งที่ 2 แข็งเป๊ก! (โดยที่ไม่ได้มีอารมณ์...อิอิ) แสดงว่าการกักเก็บสูญญากาศไม่ค่อยดีแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ แต่...(อีกแล้ว) ถ้าดับเครื่องแล้ว ทิ้งไว้อึดใจ เหยียบครั้งแรกก็แข็งซะแล้ว แบบนี้ไม่ดีแน่ มีการรั่วไหลของสูญญากาศชัวร์!

    ไอ้การที่เค้าต้องออกแบบให้มีการกับเก็บสูญญากาศเอาไว้ ไม่ใช่ว่า งก แต่อย่างใด ถ้าเกิดขับๆ ไป แล้วเครื่องดันสิ้นใจ ดับคารถ คนขับจะได้ไม่ คาที่ ไปซะก่อน แรงสูญญากาศที่กักเก็บไว้นี่แหละจะได้ช่วยเบรคในสถานการณ์นี้

    ว่าถึงตรงนี้ เดี๋ยวก็ต้องมีมาถามอีก เรื่องหม้อลมเสริมเบรค สำหรับรถดีเซลที่ใช้ปั๊มสูญญากาศที่ท้ายไดชาร์จ เป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าเป็นรถเบนซินแล้ว (ธรรมดานะไม่โบว์) ไม่ได้จำเป็นอะไร เสียเงินเปล่า ที่ว่าเบรคดีขึ้นน่ะส่วนมากอุปปาทานกันไปเอง แต่ถ้าดีขึ้นจริง บอกได้เลย่ว่า ระบบเดิมมันห่วยแตก กับเก็บสูญญากาศไม่ได้แล้ว เลยต้องมีตัวช่วยอย่างหม้อลมเสริมเบรค ลองใช้วิจารณญาณกันดู ว่าจะไปแก้ที่ต้นเหตุ หรือ ปลายเหตุ แต่ถ้าใครใส่มาแล้ว หรือยังไม่มี แต่อยากจะใส่อ่ะ จะทำไม? ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไร มีแรงสูญญากาศไว้ช่วยเบรคเพิ่มขึ้นเวลาเครื่องดับ แต่แรงเบรคไม่ได้เพิ่มขึ้น เพียงแต่เหยียบได้มากครั้งขึ้น ก็เท่านั้น

   ส่วนหม้อลม ถ้าเอาลงได้ก็ตามสบาย ว่าแต่ไอ้ตัวแม่ปั๊มนี่น่าสงสัย ไม่น่าจะใช่ของรุ่นที่ว่ามา น่าจะโดน สับ มาแล้ว อืม...อาจจะเดาผิดก็ได้นะ แต่ว่ามันมีแค่ 2 พอร์ต เคยเห็นแต่ว่าของรถรุ่นใหญ่ๆ ดีๆ มันมี 4 พอร์ต แต่ก็เหมาะกับรถระดับเรา ในพอร์ตหลังมีวาล์ว ปรับแรงดันเบรคมาให้ด้วย ก็น่าใช้ดี (ถ้ามันไม่ชำรุดนะ)

   ตบท้าย อันนี้เปลี่ยนเอง ดัดแปลงเอง ยังหาแบบ 2 ขั้นสวยๆ ไม่ได้ เลยเล่นชั้นครึ่ง แม่ปั๊มแบบมี Load sensing valve ในตัว เท่าทีเคยใช้แบบนี้ทนทานกว่าแบบวาล์วแยก เยอะ เพื่อปรับแรงดันเบรคให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก พูดง่ายๆ ปรับแรงดันเบรคให้สมดุลย์ ระหว่างเบรคหน้ากับหลัง และเป็นขนาดใหญ่(สุดท้าย)ที่ลงได้โดยไม่ต้องทุบซุ้มล้อ ในรถ 720 ถ้าเป็น 620 คิดว่าอาจต้องมีเคาะซุ้มล้อกันบ้าง...



ภาพ : เล็งที่แม่ปั๊มดีๆ หม้อลมชั้นครึ่งใน 720 ไม่ต้องทุบหรือเคาะซุ้มล้อ



ภาพ : ดูด้านตรง ลงได้พอดี ส่วนแม่ปั๊ม ด้านใกล้ จะเป็นส่วนที่เป็น Load sensing valve ไว้ปรับแรงดันเบรค หน้า-หลัง



ภาพ : เบอร์ของหม้อลม M215T



        อันนี้ที่จะทำต่อไป...คริ คริ

ร่ายยาววววว หมดแรงเนื้อแดดเดียวแล้ว คราวหน้าเอาเนื้อแดดเดียวเมืองรถม้ามาเสริมแรงหน่อย....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2012, 11:28:24 โดย เดิมๆ..โรงงาน »
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ เอ็ม-150.5

  • คนบ้าคลาสสิคคาร์
  • Global Moderator
  • มิตรแท้ดัทสัน
  • **********
  • กระทู้: 4203
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 07, 2012, 16:50:36 »
+ หม้อลมเหมือนขงพี่เดิมๆเลย แต่ทำไมปั๊มมันต่างกันมากมาย แต่ที่แน่ๆ ผมค้นหาข้อมูลได้ว่า M215T เป็นของรุ่น Z32 หรือ GTR32 ที่สำคัญ หม้อเดิมผม มันห่างจากชุ้มประมาณ 1 นิ้ว มีหวังต้องทุบแน่เลย

และก็ไปหาข้อมูลปั๊มเบรค หน้าตามันใช่ ของ A32 หรือ Maxima  ประมาณปี 1999 คงพอเดาได้ว่า มันยำมา 555

ของพี่เดิมๆ เป็นลูก r32 แน่นอนเลย

S13 รหัส M195T เส้นผ่าศูนย์กลางลูกสูบ 23.8 mm.

R32GTS รหัส M195T

R32GTR รหัส M215T เส้นผ่าศูนย์กลางลูกสูบ 25.4 mm.(1นิ้ว) เส้นผ่าศูนย์กลางไดอะเฟรม 230 mm.

ปัญหาใหม่คือ แบบนี้ผมก็ใส่ ABS ได้สิ บังเอิญมีระบบ ABS ของ VR4 อยู่ 555+ ปวดหัว

 อ้างอิงจากเว็บ  http://www.n-tec.name/data/s13/gtr/gtr_main2.htm 

+ แล้วหม้อลมของ NV ที่ว่าๆใส่กันได้ มันจะโอเคมัย ที่ทราบมากระบอกสูบ(เรียกถูกมัย) มันใหญ่เท่าพวก A31 เลย หรือเรียกได้ว่า ใส่แทนกันได้เลย ( ไม่รู้จิงหรือไม่ )

+ วาล์วกันกลับผม ผมถอดสายที่หม้อลมเบรค แล้วดูดลมได้ แต่เป่า(ไปที่คอไอดี)ไม่ได้ แบบนี้ โอเคมัย ผมสงสัยหม้อผมจะไม่ดี หม้อเก่าชาวบ้าน โดนกระทำชำเรามาไม่รู้กี่ครั้ง เหอๆๆๆ

ออฟไลน์ tar_jazz

  • Classic car in my life . . .
  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 180
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 19, 2012, 09:56:00 »
เข้ามากระทู้นี้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากโขเลยครับพี่

ออฟไลน์ lnwpopzaza

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 105
  • Karma: 0
ดรัมเบรคล้อหน้า 620 ตั้งเบรคยังไงครับ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2012, 22:48:49 »
รบกวนพี่ๆหน่อยครับ วันเอารถไปใส่สายเบรคมือมาแต่วันไปเจองานช้างเข้า ตัวขาเบรคมือ ที่อยู่ในดรัมเบรคหลังนะครับมันหายไป ผมเลยวิ่งหาซื้อแต่ก็ยังหาตรงรุ่นไม่ได้เลยครับ อยากทราบว่าเอาของรถรุ่นไหนมาใส่ได้บ้างครับ