ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)  (อ่าน 16999 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ kwang3311

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 17
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 21:20:02 »
พี่ครับ ขอถามหน่อยคับ

อยากได้วิธี ปรับระดับลูกลอย ให้ ต่ำกว่า ขีด  ปรับยังไงหรอคับ

ปรับตรงไหน





ปรับทั้งลูกลอย ทั้งแผ่นปริ๊น มาแล้วครับ  น้ำมันยังเลยขีดอยู่ดีอะครับ ล้นอีกต่างหาก

ไม่รู้ว่า เกี่ยว กับปั๊มติ๊ก ปล่อยน้ำมันแรงหรือเปล่าคับ  พอดีไปเปลี่ยนปั๊มติ๊กแบบแรงๆมา 

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 02:33:41 »
-แฮะๆลองเช็คดูก็เจอซะแล้วสายท่อลมรั่วซะงั้นตอนนี้เปลี่ยนแล้วต้องขอบพระคุณพี่เดิมมากๆ

รบกวนถามอีกนิดครับน้ำมันของกระผมตรงคาร์บูมันเลยขีดประมาณสองมิลจะมีผลเสียอะไรไหมครับ [/quote]

-ตอย Pong2-120y ถ้าระดับน้ำมันต่ำกว่าขีดไม่มาก แล้วสตาร์ทได้ปกติ ก็ไม่ต้องกังวลไป ดีซะอีกที่น้ำมันจะได้ไม่ท่วมง่ายๆ แต่ส่วนมากเวลาสตาร์ท ถ้าระดับอยู่ตรงขีด จะติดเครื่องได้ง่าย(มากๆ) ประมาณว่าบิดกุญแจแค่ 1 วินาที! ย้ำอีกที อ่านไม่ผิด และเขียนไม่ผิด แค่ 1 วินาที ก็ติดแล้ว แต่ถ้าระดับน้ำมันต่ำกว่าขีด ก็ลากยาวกว่านิดนึง เท่านั้นเอง



-ปรับทั้งลูกลอย ทั้งแผ่นปริ๊น มาแล้วครับ  น้ำมันยังเลยขีดอยู่ดีอะครับ ล้นอีกต่างหาก

ไม่รู้ว่า เกี่ยว กับปั๊มติ๊ก ปล่อยน้ำมันแรงหรือเปล่าคับ  พอดีไปเปลี่ยนปั๊มติ๊กแบบแรงๆมา

-ตอบ kwang3311 ถ้าสงสัยปั๊มติ๊กก็ลองเล่นกับมันดู จริงๆ ถ้าดัดเป็น หรือรองแผ่นชิม(แผ่นชิมคนละเรื่องกับแผ่นปริ๊น)ถูกต้อง มันไม่ท่วมหรอก แล้วปั๊มติ๊กที่เปลี่ยนเป็นแบบไหน? มีรูปไหม? เข็มลูกลอย, ก้านลูกลอย สปริงเข็มสภาพเป็นไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2012, 02:43:49 โดย เดิมๆ..โรงงาน »
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ JOB521

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 215
  • Karma: 0
  • ความสุขเล็กๆ
    • อีเมล์
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 09:06:44 »
มีคำถามครับ...

คือว่า..รถผมก่อนนั้นจะสตาร์ทไม่ติด..มีคนบอกว่าให้ถอดล้างคาร์บู..ก้อลองทำตามได้ผล..สตาร์ทติด..ก้อเลยจูนเครื่องเองเลย...แบบมั่วๆ...แต่มาสังเกตุภายหลังว่า..เวลาติดเครื่องจะมีละลอองน้ำออกมาที่ปลายท่อ...เหมือนไอน้ำ..เคยลองเอาไม้ไปวางไว้ที่ปลายท่อ..ห่างจากปลายท่อประมาณ 20-30 ซม.

ประมาณ 1 นาทีเมื่อเอามือลูบที่แผ่นไม้จะเห็นรอยคราบน้ำ...สาเหตูเกิดจากอะไรครับ   รถผมกินน้ำมันประมาณ 10  กม./ลิตร  เครื่อง j15

คอบคุณล่วงหน้าครับ
โทร 0861549118

ออฟไลน์ kwang3311

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 17
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 00:14:04 »
-ปรับทั้งลูกลอย ทั้งแผ่นปริ๊น มาแล้วครับ  น้ำมันยังเลยขีดอยู่ดีอะครับ ล้นอีกต่างหาก

ไม่รู้ว่า เกี่ยว กับปั๊มติ๊ก ปล่อยน้ำมันแรงหรือเปล่าคับ  พอดีไปเปลี่ยนปั๊มติ๊กแบบแรงๆมา

-ตอบ kwang3311 ถ้าสงสัยปั๊มติ๊กก็ลองเล่นกับมันดู จริงๆ ถ้าดัดเป็น หรือรองแผ่นชิม(แผ่นชิมคนละเรื่องกับแผ่นปริ๊น)ถูกต้อง มันไม่ท่วมหรอก แล้วปั๊มติ๊กที่เปลี่ยนเป็นแบบไหน? มีรูปไหม? เข็มลูกลอย, ก้านลูกลอย สปริงเข็มสภาพเป็นไง [/quote]







รูปมาแล้ววว ครับ  รีบขับรถจาก กรุงเทพ ไปขอนแก่นเลยยย ครับ  อิอิ (อยากให้รถสมบูณ์เสียที) ไม่รู้ว่าถ่ายมาถูกหรือเปล่า



รูปที่ 1 + รูปที่ 2   ชุดลูกลอย  ดัดตรงไหนมันหรอครับ

รูปที่ 3   ส่วนที่ใส่ชุดลูกลอย

รูปที่ 4   ปั๊มติ๊ก

ออฟไลน์ kwang3311

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 17
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 00:14:55 »
2

ออฟไลน์ kwang3311

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 17
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 00:15:38 »
3

ออฟไลน์ kwang3311

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 17
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 00:16:19 »
4
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2012, 00:21:03 โดย kwang3311 »

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 00:36:13 »
มีคำถามครับ...

คือว่า..รถผมก่อนนั้นจะสตาร์ทไม่ติด..มีคนบอกว่าให้ถอดล้างคาร์บู..ก้อลองทำตามได้ผล..สตาร์ทติด..ก้อเลยจูนเครื่องเองเลย...แบบมั่วๆ...แต่มาสังเกตุภายหลังว่า..เวลาติดเครื่องจะมีละลอองน้ำออกมาที่ปลายท่อ...เหมือนไอน้ำ..เคยลองเอาไม้ไปวางไว้ที่ปลายท่อ..ห่างจากปลายท่อประมาณ 20-30 ซม.

ประมาณ 1 นาทีเมื่อเอามือลูบที่แผ่นไม้จะเห็นรอยคราบน้ำ...สาเหตูเกิดจากอะไรครับ   รถผมกินน้ำมันประมาณ 10  กม./ลิตร  เครื่อง j15

คอบคุณล่วงหน้าครับ



ก็ปกติดี ไม่มีอะไรต้องกังวล ส่วนเรื่องน้ำออกปลายท่อ....เคยเขียนไว้นานแล้ว ไม่ได้บ่งบอกว่า เครื่องสมบูรณ์ แต่อย่างใด มันแค่ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ธรรมดาๆ ถ้าใช้น้ำมัน สักพักก็หายไป ถ้าใช้แก๊ส มีไอน้ำออกมาตลอด โดยเฉพาะวันที่อากาศชื้น
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 01:49:31 »
  มาว่ากันทีละภาพ เริ่มจากภาพที่ 1 และ 2 ดัดเอาเฉพาะส่วนที่สำคัญแล้วกัน ดูภาพกันก่อน(บ่นให้ฟัง)



  อันนี้จากชุดบนของภาพเดิม น่าจะชัดเจนว่าดัดตรงไหน ส่วนหมายเลข 2 ที่ว่าหมดสภาพ ลองเปรียบเทียบกับของผมดู



  สปริงมันควรจะตรง ถึงแม้ในภาพจะโค้งเล็กน้อยก็ใช้ได้ ขดควรเรียงตัวเป็นระเบียบ ส่วนดัวบนในภาพเรียกว่า เข็มลูกลอย ของผมเป็นลูกปืนกลม ส่วนของคุณเป็น กรวยแหลม และของคุณเหมือนมีการสึกหรอ เป็นรอย ดังนี้



  จากภาพในวงกลมสีน้ำเงินครับ หัวเข็มลูกลอย มันสึกหรอแล้ว แต่อาจยังใช้ได้อยู่  แต่วงกลมสีแดง ลองเปรียบเทียบกับของที่ใช้ได้ดูแล้วกัน คนอ่านก็ต้องใช้ วิจารณญาณ ด้วย...อิอิ

คำเตือน : ห้ามทำหรืออ่านตอนมึนๆ ด้วยฤทธิ์พลังช้าง ไม่ว่าจะแบบ กระป๋อง หรือ แบบขวด ไม่ควรอ่านเกินวันละ 3 เวลา

  แล้วที่จะเขียนต่อไปนี่ ก็ไม่รู้ว่าจะไปสอนหนังสือสังฆราช สอนจระเข้ว่ายน้ำ หรือเปล่า เพราะดูจากภาพ ถ้าคุณใส่โดยเรียงหมายเลขตามภาพ ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว หลังจากนั้นค่อยเอาทั้งชุดใส่เข้าไปในข้อต่อทองเหลืองที่น้ำมันเบนซินเข้า ถ้าแบบนี้ บอกได้ว่ากลับทางครับ ยังไงก็ไม่ใช่ หนู-เอาอยู่ แน่นอน ต้องเอาทางหัวแหลมเข้าไป เหมือนเวลาเราจะ แทง... อะไรสักอย่าง มันก็ต้องเอาด้านแหลมแทงเข้าไปจะได้งายๆ หน่อย ขืนเอาด้านมน(หมายเลข 3) ดันเข้าไป น้ำมันท่วมแน่นอน ถ้าชีวิตจริง....สงสัยดันไม่เข้าด้วย 5555 (ถ้าผมเดาผิดก็ขออภัยครับ) มาดูกันดีกว่าว่าทำยังไง....

1. เอาสปริง(หมายเลข 2) ใส่กับหมุด(หมายเลข 3) ก่อน



2. จากนั้นค่อยเอา สปริง+หมุดทองเหลืองเข้าไปในเข็มลูกลอย ตามภาพ



3. จากนั้นต่อยเอาไปประกอบในห้องลูกลอย ตามภาพ



ดูจากภาพคงนึกออกนะว่า ประกอบยังไง

ทีนี้มาดูอีกชุดนึง ผมว่า สปริงมันขดถี่ไป พูดง่ายๆ แข็งเกินไป และระยะระหว่างขดสปริง มันแทบไม่มีที่ว่าง พูดง่ายๆ สปริงที่ใส่มาน่าจะผิดฝาผิดตัว



ในวงกลมสีแดง สปริงน่าจะแข็งไป ขดถี่เกิน เหมือนโดนดัดแปลงมา

ในวงกลมสีน้ำเงิน ตัวกรวยแหลม ไม่ควรมีร่องรอย ถ้ามี ต้องลองดูว่ามันสามารถปิดน้ำมันได้หรือไม่ ถ้าปิดได้ ก็ใช้ได้ (แต่คงอีกไม่นาน น่าจะไม่เกินปี-ถ้าใช้รถทุกวัน)

ส่วนภาพที่ 3 อันนี้ชัดๆ จะๆ แบบไม่ต้องเถียง...อิอิ



ดูในวงกลมสีแดงเลย ทำไมมันขาดซะอย่างนั้น จริงๆ มันก็ใช้ได้ แต่ถ้าจอดตากแดดเพื่อทำ รถแดดเดียว หรือจะหลายแดด ก็ตาม น้ำมันในห้องลูกลอยจะแห้งเร็วกว่าปกติ ลองดูของที่ควรเป็นเอาแล้วกัน



ซีลยาง ควรครบรอบเป็นกรอบ เพื่อที่น้ำมันในห้องลูกลอยจะได้ระเหยช้าที่สุด จะได้ ค้างคืน(สำหรับคนที่นิยมแบบนี้)ได้ หลายๆ คืน ก็ยังสตาร์ทติดได้ พวกนิยม(จอด)ชั่วคราว ก็ใช้ได้นะ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ใช้งานได้เหมือนกัน เห็นวาอยากให้รถสมบูรณ์ ก็น่าจะจัดการซะ (อ่านแล้วไม่ต้อง ดิดลึก จอดรถปกติ คิดมากไปได้)

ทีนี่รูปสุดท้าย ปั๊ม(นัง)ติ๊ก ตัวที่ใส่อยู่ก็ไม่ได้มีแรงดันสูงแต่อย่างใด เป็นปั๊มเชื้อเพลิงไฟฟ้าที่ใช้แทนปั๊ม AC ที่มีแรงดันก็แค่ 10 กว่าปอนด์/ตร.นิ้ว ใช้กับคาร์บูเรเตอร์ ไม่ได้เป็นปั๊มติ๊กที่ใช้กับเครื่องหัวฉีดที่มีแรงดัน 30 ปอนต์ ถึงตรงนี้ขอแซวหน่อย (อย่าโกรธกัน) ปกตินี่ ของคุณแรงดันกี่ปอนด์ครับ หรือเพื่อนๆที่มาอ่าน ลองบอกกันหน่อยซิ มีแรงดันกันกี่ป่อนด์....คริ คริ

  แต่จากภาพ ถ้าเดาไม่ผิด ดูเหมือนกว่าจะใช้กรองเบนซินไม่คุ้มค่าเท่าไร เพราะท่อสีดำ น่าจะเป็นน้ำมันเข้า ส่วนท่อสีเหลืองที่เป็นน้ำมันออก(ที่มีกรองเบนซินต่ออยู่) ควรย้ายกรองมาทางด้านท่อสีดำ ตามลำดับดังนี้

       ถังน้ำมัน-กรองเบนซิน-ปั๊มติ๊ก-คาร์บูเรเตอร์

  ส่วนตัวผมนิยมต่อแบบนี้ เพราะความสกปรกจากถังจะได้โดนกรองซะก่อน ค่อยเข้าปั๊ม แล้วจ่ายให้คาร์บูเรเตอร์อีกที ส่วนของคุณผมดูจากภาพแล้วน่าจะเป็นแบบนี้

       ถังน้ำมัน-ปั๊มติ๊ก-กรองเบนซิน-คาร์บูเรเตอร์

  ถ้าต่อแบบนี้ ความสกปรกจากถังก็เข้าปั๊มโดยตรง น่าจะทำให้ปั๊มสกปรก หรือ พังไวขึ้น ถ้าเดาผิดขออภัย

ส่วนการดัดลูกลอยเพื่อปรับปริมาณน้ำมันในห้องลูกลอย ก็ต้องลองกันหลายรอบหน่อย ง่ายๆ เอาสายน้ำมันมาต่อที่ทางเข้า แล้วเอาปากลองเป่าดู พร้อมกับยกลูกลอยด้วย เหมือนลูกลอยในชักโครกนั่นแหละ ถ้าปล่อยลูกลอยลงก็จะเป่าลมเข้าได้ ลองกะๆ ดูว่ายกลูกลอยระดับไหน แล้วเข็มลูกลอยปิดสนิท น้ำมันก็น่าจะอยู่ในระดับนั้น ไม่ควรให้สูงกว่าขีดที่กำหนด และไม่ต่ำกว่าขีดมากไป (ดูภาพเดิมเอาแล้วกัน ขี้เกียจแปะแล้ว)

  ฮู้...เหนือย!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 03, 2012, 06:23:24 โดย เดิมๆ..โรงงาน »
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน

ออฟไลน์ Sudsakon

  • Full Master Member
  • ********
  • กระทู้: 787
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 07:23:59 »
แจ่ม ช่วงนี้เข้าพรรษา  คงอ่านเข้าใจง่าย ไม่งง 5555

ออฟไลน์ kwang3311

  • FAN CLUB C.
  • ***
  • กระทู้: 17
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 09:39:23 »
  มาว่ากันทีละภาพ เริ่มจากภาพที่ 1 และ 2 ดัดเอาเฉพาะส่วนที่สำคัญแล้วกัน ดูภาพกันก่อน(บ่นให้ฟัง)



  อันนี้จากชุดบนของภาพเดิม น่าจะชัดเจนว่าดัดตรงไหน ส่วนหมายเลข 2 ที่ว่าหมดสภาพ ลองเปรียบเทียบกับของผมดู



  สปริงมันควรจะตรง ถึงแม้ในภาพจะโค้งเล็กน้อยก็ใช้ได้ ขดควรเรียงตัวเป็นระเบียบ ส่วนดัวบนในภาพเรียกว่า เข็มลูกลอย ของผมเป็นลูกปืนกลม ส่วนของคุณเป็น กรวยแหลม และของคุณเหมือนมีการสึกหรอ เป็นรอย ดังนี้



  จากภาพในวงกลมสีน้ำเงินครับ หัวเข็มลูกลอย มันสึกหรอแล้ว แต่อาจยังใช้ได้อยู่  แต่วงกลมสีแดง ลองเปรียบเทียบกับของที่ใช้ได้ดูแล้วกัน คนอ่านก็ต้องใช้ วิจารณญาณ ด้วย...อิอิ

คำเตือน : ห้ามทำหรืออ่านตอนมึนๆ ด้วยฤทธิ์พลังช้าง ไม่ว่าจะแบบ กระป๋อง หรือ แบบขวด ไม่ควรอ่านเกินวันละ 3 เวลา

  แล้วที่จะเขียนต่อไปนี่ ก็ไม่รู้ว่าจะไปสอนหนังสือสังฆราช สอนจระเข้ว่ายน้ำ หรือเปล่า เพราะดูจากภาพ ถ้าคุณใส่โดยเรียงหมายเลขตามภาพ ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว หลังจากนั้นค่อยเอาทั้งชุดใส่เข้าไปในข้อต่อทองเหลืองที่น้ำมันเบนซินเข้า ถ้าแบบนี้ บอกได้ว่ากลับทางครับ ยังไงก็ไม่ใช่ หนู-เอาอยู่ แน่นอน ต้องเอาทางหัวแหลมเข้าไป เหมือนเวลาเราจะ แทง... อะไรสักอย่าง มันก็ต้องเอาด้านแหลมแทงเข้าไปจะได้งายๆ หน่อย ขืนเอาด้านมน(หมายเลข 3) ดันเข้าไป น้ำมันท่วมแน่นอน ถ้าชีวิตจริง....สงสัยดันไม่เข้าด้วย 5555 (ถ้าผมเดาผิดก็ขออภัยครับ) มาดูกันดีกว่าว่าทำยังไง....

1. เอาสปริง(หมายเลข 2) ใส่กับหมุด(หมายเลข 3) ก่อน



2. จากนั้นค่อยเอา สปริง+หมุดทองเหลืองเข้าไปในเข็มลูกลอย ตามภาพ



3. จากนั้นต่อยเอาไปประกอบในห้องลูกลอย ตามภาพ



ดูจากภาพคงนึกออกนะว่า ประกอบยังไง

ทีนี้มาดูอีกชุดนึง ผมว่า สปริงมันขดถี่ไป พูดง่ายๆ แข็งเกินไป และระยะระหว่างขดสปริง มันแทบไม่มีที่ว่าง พูดง่ายๆ สปริงที่ใส่มาน่าจะผิดฝาผิดตัว



ในวงกลมสีแดง สปริงน่าจะแข็งไป ขดถี่เกิน เหมือนโดนดัดแปลงมา

ในวงกลมสีน้ำเงิน ตัวกรวยแหลม ไม่ควรมีร่องรอย ถ้ามี ต้องลองดูว่ามันสามารถปิดน้ำมันได้หรือไม่ ถ้าปิดได้ ก็ใช้ได้ (แต่คงอีกไม่นาน น่าจะไม่เกินปี-ถ้าใช้รถทุกวัน)

ส่วนภาพที่ 3 อันนี้ชัดๆ จะๆ แบบไม่ต้องเถียง...อิอิ



ดูในวงกลมสีแดงเลย ทำไมมันขาดซะอย่างนั้น จริงๆ มันก็ใช้ได้ แต่ถ้าจอดตากแดดเพื่อทำ รถแดดเดียว หรือจะหลายแดด ก็ตาม น้ำมันในห้องลูกลอยจะแห้งเร็วกว่าปกติ ลองดูของที่ควรเป็นเอาแล้วกัน



ซีลยาง ควรครบรอบเป็นกรอบ เพื่อที่น้ำมันในห้องลูกลอยจะได้ระเหยช้าที่สุด จะได้ ค้างคืน(สำหรับคนที่นิยมแบบนี้)ได้ หลายๆ คืน ก็ยังสตาร์ทติดได้ พวกนิยม(จอด)ชั่วคราว ก็ใช้ได้นะ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ใช้งานได้เหมือนกัน เห็นวาอยากให้รถสมบูรณ์ ก็น่าจะจัดการซะ (อ่านแล้วไม่ต้อง ดิดลึก จอดรถปกติ คิดมากไปได้)

ทีนี่รูปสุดท้าย ปั๊ม(นัง)ติ๊ก ตัวที่ใส่อยู่ก็ไม่ได้มีแรงดันสูงแต่อย่างใด เป็นปั๊มเชื้อเพลิงไฟฟ้าที่ใช้แทนปั๊ม AC ที่มีแรงดันก็แค่ 10 กว่าปอนด์/ตร.นิ้ว ใช้กับคาร์บูเรเตอร์ ไม่ได้เป็นปั๊มติ๊กที่ใช้กับเครื่องหัวฉีดที่มีแรงดัน 30 ปอนต์ ถึงตรงนี้ขอแซวหน่อย (อย่าโกรธกัน) ปกตินี่ ของคุณแรงดันกี่ปอนด์ครับ หรือเพื่อนๆที่มาอ่าน ลองบอกกันหน่อยซิ มีแรงดันกันกี่ป่อนด์....คริ คริ

  แต่จากภาพ ถ้าเดาไม่ผิด ดูเหมือนกว่าจะใช้กรองเบนซินไม่คุ้มค่าเท่าไร เพราะท่อสีดำ น่าจะเป็นน้ำมันเข้า ส่วนท่อสีเหลืองที่เป็นน้ำมันออก(ที่มีกรองเบนซินต่ออยู่) ควรย้ายกรองมาทางด้านท่อสีดำ ตามลำดับดังนี้

       ถังน้ำมัน-กรองเบนซิน-ปั๊มติ๊ก-คาร์บูเรเตอร์

  ส่วนตัวผมนิยมต่อแบบนี้ เพราะความสกปรกจากถังจะได้โดนกรองซะก่อน ค่อยเข้าปั๊ม แล้วจ่ายให้คาร์บูเรเตอร์อีกที ส่วนของคุณผมดูจากภาพแล้วน่าจะเป็นแบบนี้

       ถังน้ำมัน-ปั๊มติ๊ก-กรองเบนซิน-คาร์บูเรเตอร์

  ถ้าต่อแบบนี้ ความสกปรกจากถังก็เข้าปั๊มโดยตรง น่าจะทำให้ปั๊มสกปรก หรือ พังไวขึ้น ถ้าเดาผิดขออภัย

ส่วนการดัดลูกลอยเพื่อปรับปริมาณน้ำมันในห้องลูกลอย ก็ต้องลองกันหลายรอบหน่อย ง่ายๆ เอาสายน้ำมันมาต่อที่ทางเข้า แล้วเอาปากลองเป่าดู พร้อมกับยกลูกลอยด้วย เหมือนลูกลอยในชักโครกนั่นแหละ ถ้าปล่อยลูกลอยลงก็จะเป่าลมเข้าได้ ลองกะๆ ดูว่ายกลูกลอยระดับไหน แล้วเข็มลูกลอยปิดสนิท น้ำมันก็น่าจะอยู่ในระดับนั้น ไม่ควรให้สูงกว่าขีดที่กำหนด และไม่ต่ำกว่าขีดมากไป (ดูภาพเดิมเอาแล้วกัน ขี้เกียจแปะแล้ว)

  ฮู้...เหนือย!



ขอบคุณครับที่บ่นเป็นความรู้ให้ฟัง  เดี๋ยวจะไปลองเช็ดดู



ว่าแต่พี่ พอจะมี ไอ้ตัวเข็มลูกลอยแบบหัวลูกปืน+สปริง สำรองใช้มั้ยครับ เอามาแบ่งขายผมหน่อยครับ หรือชี้เป้า ตรงไหนขายก็ได้ครับ



แถวผมอยู่มันไม่มีขาย  ขอบคุณมากๆๆๆๆๆครับผม  



(ชอบรถเก่า แต่ไม่มีความรู้เรื่องรถเก่า)indecisionindecisionindecision

ออฟไลน์ cocore

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 182
  • Karma: 0
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 12:55:13 »
  ยอดเยี่ยมเลยนะครับ

ออฟไลน์ PONG2 120y

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 126
  • Karma: 0
    • อีเมล์
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 17:09:47 »
-แฮะๆลองเช็คดูก็เจอซะแล้วสายท่อลมรั่วซะงั้นตอนนี้เปลี่ยนแล้วต้องขอบพระคุณพี่เดิมมากๆ

รบกวนถามอีกนิดครับน้ำมันของกระผมตรงคาร์บูมันเลยขีดประมาณสองมิลจะมีผลเสียอะไรไหมครับ

-ตอย Pong2-120y ถ้าระดับน้ำมันต่ำกว่าขีดไม่มาก แล้วสตาร์ทได้ปกติ ก็ไม่ต้องกังวลไป ดีซะอีกที่น้ำมันจะได้ไม่ท่วมง่ายๆ แต่ส่วนมากเวลาสตาร์ท ถ้าระดับอยู่ตรงขีด จะติดเครื่องได้ง่าย(มากๆ) ประมาณว่าบิดกุญแจแค่ 1 วินาที! ย้ำอีกที อ่านไม่ผิด และเขียนไม่ผิด แค่ 1 วินาที ก็ติดแล้ว แต่ถ้าระดับน้ำมันต่ำกว่าขีด ก็ลากยาวกว่านิดนึง เท่านั้นเอง





ขอบคุณมากครับของผมติดง่ายอย่างว่าเลยครับขนาดตอนเช้ายังบิดแชะเดียวติดแต่ของผมเลยขีดนิดหนึ่งครับ



-ปรับทั้งลูกลอย ทั้งแผ่นปริ๊น มาแล้วครับ  น้ำมันยังเลยขีดอยู่ดีอะครับ ล้นอีกต่างหาก

ไม่รู้ว่า เกี่ยว กับปั๊มติ๊ก ปล่อยน้ำมันแรงหรือเปล่าคับ  พอดีไปเปลี่ยนปั๊มติ๊กแบบแรงๆมา

-ตอบ kwang3311 ถ้าสงสัยปั๊มติ๊กก็ลองเล่นกับมันดู จริงๆ ถ้าดัดเป็น หรือรองแผ่นชิม(แผ่นชิมคนละเรื่องกับแผ่นปริ๊น)ถูกต้อง มันไม่ท่วมหรอก แล้วปั๊มติ๊กที่เปลี่ยนเป็นแบบไหน? มีรูปไหม? เข็มลูกลอย, ก้านลูกลอย สปริงเข็มสภาพเป็นไง [/quote]
ขยันเข้าไว้จะได้มีกินมีใช้ ทำทุกอย่างที่คิดว่าทำได้

ออฟไลน์ PONG2 120y

  • Full Junior Member
  • *******
  • กระทู้: 126
  • Karma: 0
    • อีเมล์
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 18:01:16 »
สุดยอดเลยละเอียดยิบๆๆ
ขยันเข้าไว้จะได้มีกินมีใช้ ทำทุกอย่างที่คิดว่าทำได้

ออฟไลน์ เดิมๆ..โรงงาน

  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers
  • GURU
  • Full Master Member
  • *****
  • กระทู้: 967
  • Karma: 0
  • ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lover
ความรู้ท่อนเดียว:การจูนคาร์บูเรเตอร์(โรงงาน)
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: กันยายน 05, 2012, 01:38:05 »
     เข็มลูกลอยที่เป็นหัวลูกปืน มีชุดเดียวครับ ทำนอง ตัวเดียว-อันเดียว จริงๆ หัวเทเปอร์ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร เพียงแต่ความทนทานมันน้อยกว่า และความชัวร์ในการปิดน้ำมันมันน้อยกว่า จิ๊ดดดดด นึง แค่นั้นเอง ถ้ามันเป็นรอย เอาสก็อตไบร์ทมาขัดก็ได้ ลูบๆ เอา แต่ไม่ใช่ลูบ-คลำ นะ อันนั้นไว้ทำอย่างอื่น แต่ส่วนมากไม่ต้องขัดมันละ ใช้ได้หมด

     ส่วนสปรงนี่ หาจากของเด็กเล่น หรือ ถ้ามีร้านสปริงก็ใช้ได้ คุณสมบัติน่ะตามนี้

-ขนาดวง

-ความสูง หรือ ความยาวของสปริง

-ควรเป็นทองเหลือง (ป้องกันการผุกร่อน) หรือเป็นเหล็กชุบซิงค์ก็พอทน แต่เหล็กไม่แนะนำ เพราะเป็นสนิม สุดยอดระดับเทพมันต้องสปริงแสตนเลส

     โปรย(ยาหอม)+โฆษณาชวนเชื่อ ถ้าว่างเว้นจากงาน และมีอารมณ์คัน จะได้รวบรวมเรื่องราวของคาร์บูให้ฟัง เสียอย่างเดียวนายแบบ(คาร์บูเรเตอร์)มีตัวเดียว ไว้จะควานหาคาร์บูเน่าๆ แบบหนอนไช มาปลุกชีพให้ดู (แล้วราคา มันจะพุ่งขึ้นไปอีกไหมนี่ ทุกวันนี้ก็ดุเดือดเลือดพล่านแล้ว)
ผู้รักรถกระบะเก่า ดัทสัน Olds DATSUN pick-up lovers

อย่าเห่อไปตามเวลา อย่าบ้าไปตามกระแส อย่าแห่ไปตามเพื่อน